ตั้งโต๊ะแถลงข่าว สำหรับนักแสดงสาว นุ่น-รมิดา ประภาสโนบล กับสามี หลุยส์ สก๊อต หลังจากได้ส่งหมายเชิญสื่อมวลชนเพื่ออัปเดตเรื่องการสูญเสีย ณ โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท ห้องประชุมบัญชา ล่ำซำ อาคาร 2 ชั้น 6
โดยมี พญ.ปานวาด หาญอมร สูตินรีแพทย์ / แพทย์เวชศาสตร์มารดาและทารกในครรภ์ โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท และ นพ.ณัฏฐ์ เกียรติอภิวสุ แพทย์เฉพาะทางด้านเวชศาสคร์มารดาและทารกในครรภ์จาก PWS CLINIC BANGKOK เป็นผู้แถลง
โดย นพ.ณัฏฐ์ เผยว่า “ผมเป็นแพทย์ที่ดูแลพี่นุ่นตั้งแต่ช่วงฝากครรภ์มาโดยตลอด ตลอดเวลาที่ฝากครรภ์มา คุณนุ่นเป็นผู้หญิงที่เก่งคนนึงเลยครับ ที่มาฝากครรภ์ตามนัดสม่ำเสมอ มากับคุณหลุยส์ทุกครั้งในไตรมาสแรก ซึ่งการประเมินทุกอย่างอยู่ในเกณฑ์ปกติมาโดยตลอด
แต่อย่างที่เคยทราบกันดีครับว่า คุณนุ่นเคยมีประวัติของการมีเนื้องอกในมดลูกมาก่อน และเคยผ่าตัดเมื่อ 5 ปีที่แล้ว ซึ่งนั่นเป็นปัจจัยเสี่ยงอย่างหนึ่งที่ทางทีมแพทย์เองและคุณนุ่นคุณหลุยส์รับทราบข้อมูล เฝ้าระวัง และความเสี่ยงนี้มาโดยตลอด
จนเข้าสู่ไตรมาสที่ 3 ใกล้คลอด ติดตามถี่ขึ้นทุกสัปดาห์ ประเมินน้ำหนักตัวทารก ประเมินทารก และการบีบตัวของมดลูก ซึ่งการบีบรัดตัวของมดลูกในช่วงไตรมาสสุดท้ายไม่มีความผิดปกติหรือมีการหดรัดตัวของมดลูกใดๆ ครับ
ในระหว่างนั้น เราไชได้มีการประสานงานกับทีมทีมโรงพยาบาลสมิติเวชสุขุมวิทครับเพื่อวางแผนการคลอดอย่างที่ได้แจ้งไป ช่วงวันที่ 24 ม.ค. ที่ผ่านมา และเพื่อว่าจะมีเหตุการณ์ฉุกเฉิน เช่น ปวดท้อง เจ็บครรภ์คลอดก่อนกำหนด พี่นุ่นสามารถเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลสมิติเวชสุขุมวิท ได้อย่างท่วงที ซึ่งก็ได้รับการตอบรับจากโรงพยาบาลเป็นอย่างดีครับ
จนกระทั่งในวันที่เกิดเหตุ 10 ม.ค. ที่ผ่านมา อายุครรภ์ยังไม่ครบกำหนด แต่คุณนุ่นมีอาการเจ็บครรภ์คลอดก่อนกำหนด และปวดท้องรุนแรง จนวูบเกือบหมดสติ
ผมได้รับการประสานงานจากคุณหลุยส์ในวันนั้น ผมก็รีบวางแผนและประสานงานกับทีมโรงพยาบาลสมิติเวชสุขุมวิท เพื่อให้มารับตัวโดยฉุกเฉิน และทางโรงพยาบาลก็เข้ามารับตัวและรักษาได้อย่างทันท่วงทีเลยครับ”
จากนั้น พญ.ปานวาด เล่าว่า “ช่วงสายๆ ของวันที่ 10 ม.ค. คุณหมอณัฏฐ์ได้โทรมาแจ้งว่า คุณนุ่นมีอาการปวดท้อง โรงพยาบาลเลยประสานรถพยาบาลฉุกเฉินรวมถึงคุณหมอฉุกเฉิน ออกไปรับคุณนุ่นที่บ้านค่ะ
โดยคุณหมอฉุกเฉินที่ไปกับรถพยาบาลโทรมาแจ้งว่า ณ ขณะนั้น คุณนุ่นมีภาวะความดันโลหิตที่ต่ำมาก หัวใจเต้นเร็วมากๆ เริ่มมีอาการหายใจเร็ว ร่วมกับที่คุณหมอณัฏฐ์เคยแจ้งก่อนหน้านี้ว่า คุณนุ่นเคยผ่าตัดนำก้อนเนื้อที่มดลูกออก ทำให้มีแผลที่ตัวมดลูกค่ะ
เมื่อรวมจากประวัติที่ได้ทั้งหมด ทางทีมเลยสงสัยว่า น่าจะมีภาวะมดลูกแตกค่ะ ซึ่งทำให้เสียเลือดในช่องท้องเยอะมาก และเป็นสาเหตุที่ทำให้ความดันโลหิตต่ำลงค่ะ
ทางทีมจึงได้เตรียมห้องผ่าตัดฉุกเฉิน เตรียมคุณหมอผ่าตัด คุณหมอเด็ก คุณหมอดมยา เพื่อให้การรับการรักษาอย่างทันท่วงทีทันทีที่คุณนุ่นมาถึงค่ะ
เมื่อคุณนุ่นมาถึงที่โรงพยาบาล เราได้พาคุณนุ่นไปยังห้องผ่าตัดเลย เพราะคิดว่ายังไงก็ตามจะต้องได้รับการผ่าตัดอย่างเร่งด่วนค่ะ
และก่อนนั้นเราได้ทำการอัลตร้าซาวน์ค่ะ เพื่อประเมินสัญญาณชีพในครรภ์ และตอนนั้นเราตรวจไม่พบสัญญาณชีพของทารกในครรภ์แล้วค่ะ
แต่เราจำเป็นที่จะต้องตัดสินใจผ่าตัด เพื่อให้การรักษาและเซฟชีวิตของคุณแม่ไว้ก่อนค่ะ
ณ ตอนนั้นเราได้ทำการผ่าตัดคลอดทารกออกมาค่ะ และพบว่ามีเลือดในช่องท้องปริมาณมาก เมื่อตรวจที่ตัวมดลูกดู พบว่ามีแผลขนาดใหญ่ เป็นแผลปริแตกที่บริเวณด้านหลังของมดลูกค่ะ ซึ่งมีเลือดออกจากปริเวณนั้น น่าจะเป็นสาเหตุที่ทำให้มีเลือดออกในช่องท้องปริมาณมาก และทำให้เกิดความดันโลหิตต่ำค่ะ
ทางทีมได้ทำการเย็บซ้อมตัวมดลูกที่ฉีกขาดค่ะ ใช้เวลาในห้องผ่าตัดประมาณ 3 ชม. ก็สามารถหยุดเลือดที่ออกจากแผลได้ค่ะ รวมถึงคุณหมอดมยา ก็ได้ให้เลือดและน้ำปริมาณมาก เพื่อรักษาสัญญาณชีพให้คงที่ค่ะ จน ณ ชุดนั้นสัญญาณชีพทุกอย่างก็พ้นระยะวิกฤตค่ะ
แต่เนื่องจากมีการเสียเลือดปริมาณมาก คุณนุ่นยังจำเป็นต้องได้รับการรักษาต่อในห้องไอซียู เพื่อให้เลือดอย่างต่อเนื่อง และเพื่อเฝ้าระวังภาวะแทรกซ้อนหลังจากที่ให้เลือดในปริมาณมากค่ะ
โดยหลังจากนั้น เราพบว่า คุณนุ่นมีอาการน้ำท่วมปอด ซึ่งเกิดจากการที่ได้รับเลือดและสารน้ำในปริมาณมากค่ะ จึงไม่สามารถถอดเครื่องช่วยหายใจได้ ณ ขณะนั้นก็มีทีมแพทย์สหสาขาวิชาชีพ ไม่ว่าจะเป็นคุณหมอไอซียู คุณหมอโรคปอด คุณหมอโรคเลือด และคุณหมอโรคติดเชื้อ เป็นทีมเดียวกันในการดูแลรักษาในวันนั้นค่ะ
จนสัญญาณชีพทุกเริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ ค่ะ ภาวะน้ำท่วมปอดดีขึ้น สามารถนำเครื่องช่วงหายใจออกด้วยได้ค่ะ
ใช้เวลารักษาในไอซียูประมาณ 4 วันค่ะ และหลังจากนั้น คุณนุ่นยังจะต้องรักษาต่อเนื่องเพื่อฟื้นฟูร่างกายในโรงพยาบาล โดยรวมคุณนุ่นได้รับการรักษาในโรงพยาบาลเป็นเวลาทั้งหมด 6 วันค่ะ และสามารถกลับบ้านได้ค่ะ”
นุ่น รมิดา เผยทั้งน้ำตา โดยมี หลุยส์ สก๊อต นั่งน้ำตาคลออยู่ข้างๆ “เรื่องทุกอย่างก็เป็นแบบนี้ค่ะ เกือบไม่ได้มานั่งคุยกับพี่ๆ แล้ว สาเหตุเกิดจากมดลูกแตกค่ะ ขอบคุณพี่ๆ ทุกคนที่ให้กำลังใจ เราไม่รู้จะตอบแทนทุกคนยังไง ไม่สามารถตอบทุกคนได้หมด แต่เราเห็นทุกอย่างนะคะ นุ่นไม่อยากให้ทุกคนเศร้าไปกับข่าวนี้ มันผ่านมาแล้ว นุ่นเศร้ามาพอแล้ว
ที่แถลงเพราะอยากให้ทุกคนทราบความจริง ไม่อยากให้ไปนั่งนับ มันเป็นอุบัติเหตุ มันไม่ได้หมายถึงว่าจะเกิดกับทุกคน มันแค่มาแจ็กพอร์ตที่เรา
ถ้าถามอนาคตจะเป้นยังไงต่อ เราโฟกัสที่สุขภาพนุ่นเพราะเสียเลือดไปเยอะ ส่วนจะมีลูกอีกไหม ตอนนี้ยังตอบไม่ได้ เรายังไม่หมดหวัง แต่ขอโฟกัสที่ตัวเองก่อน คนที่รักนุ่นสุดคือหลุยส์ ที่อยู่ข้างๆ แล้วไม่รู้ว่าจะเสียไปทั้งสองคนไหม
นุ่นว่าเราต้องไปต่อ และจะกลับมามีความสุขเหมือนเดิมค่ะ”
อัลบั้มภาพ 12 ภาพ
