พ่อแม่ผู้ปกครองหลายคนอาจไม่เคยรู้มาก่อนว่า การนำ สูติบัตรหรือใบแจ้งเกิดของลูกไปเคลือบพลาสติก แม้จะเป็นความหวังดี แต่กลับอาจส่งผลเสียต่อการใช้งานเอกสารทางราชการในอนาคต
จากแนวปฏิบัติและข้อมูลของ กระทรวงมหาดไทย ระบุชัดว่า เอกสารทะเบียนราษฎรที่เป็นต้นฉบับ เช่น สูติบัตร ไม่ควรนำไปเคลือบพลาสติก เพราะอาจทำให้เอกสารอยู่ในสภาพไม่สมบูรณ์ และส่งผลต่อการตรวจสอบลายมือชื่อ ตราประทับ รวมถึงการแก้ไขข้อมูลในอนาคต
สำนักทะเบียนกลางยังแนะนำให้ประชาชนเก็บรักษาสูติบัตรด้วยวิธีใส่ซองพลาสติกใสหรือแฟ้มเอกสารแทนการเคลือบ เพื่อให้เอกสารยังคงสภาพสมบูรณ์และสามารถใช้งานทางราชการได้อย่างถูกต้อง
เหตุผลที่ไม่ควรเคลือบสูติบัตร
– การเคลือบทำให้ตรวจสอบลายมือชื่อและตราประทับได้ยาก
– ความร้อนจากการเคลือบอาจทำให้ตัวอักษรเลือนหาย
– อาจถูกตีความว่าเอกสารถูกดัดแปลงหรือชำรุด
เมื่อสูติบัตรถูกพิจารณาว่าอยู่ในสภาพไม่สมบูรณ์ อาจส่งผลให้ไม่สามารถนำไปใช้ติดต่อราชการบางประเภทได้
ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น
– ใช้ทำบัตรประชาชนหรือหนังสือเดินทางไม่ได้
– ไม่สามารถแก้ไขข้อมูล เช่น การเปลี่ยนชื่อหรือเพิ่มชื่อบิดา
– หน่วยงานต่างประเทศหรือสถานทูตไม่รับเอกสารที่ถูกเคลือบ
– ไม่ควรพยายามแกะออกเอง เพราะจะทำให้เอกสารเสียหายถาวร
นอกจากนี้ เด็กอายุต่ำกว่า 7 ปี หากต้องเดินทางโดยเครื่องบิน จำเป็นต้องใช้สูติบัตรตัวจริงแสดงต่อสายการบิน หากเอกสารถูกเคลือบจนตรวจสอบไม่ได้ อาจสร้างปัญหาในการเดินทาง
วิธีเก็บรักษาที่ถูกต้อง
– ใส่ซองพลาสติกใสหรือซองถนอมเอกสาร
– เก็บในแฟ้มแข็งเพื่อป้องกันการยับหรือความชื้น
– ถ่ายสำเนาและสแกนเก็บไว้เป็นไฟล์สำรอง
หากผู้ปกครองท่านใดเผลอนำสูติบัตรไปเคลือบแล้ว แนะนำไม่ให้แกะออกด้วยตนเอง และควรติดต่ออำเภอหรือสำนักงานเขตในพื้นที่ เพื่อขอคำแนะนำในการคัดสำเนาหรือดำเนินการตามระเบียบราชการ

